เลิกงี่เง่า

posted on 05 Nov 2009 21:59 by zero-be

วันนี้มาถึงแล้วล่ะ  คนเราน่ะเร่งเวลาเร่งวันเร่งขึ้นไม่ได้หรอก
ฉันน่ะขี้เกียจมาก็ 5 วันเต็มเลยทีเดียวทั้งๆที่รู้ว่าเดี๋ยววันที่ 14 พ.ย.ต้องสอบนะ
แต่ก็ยังคงงี่เง่าอยู่นั้นแหละ ฉันมักจะพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองนะ
เพื่ออนาคตของตัวเองเพื่อสิ่งนั้นเพื่อสิ่งนี้แต่ว่ามันก็ยังไม่ใช่
เพราะแรงน่ะมันมักจะมาแค่แว๊บเดียวเหมือนกับว่ามันยังไม่ใช่เราไม่ได้ทำเพื่อสิ่งนี้
แต่พอสุดท้ายแล้วในตอนนี้ถึงแม้ว่าจะยังคงหาไม่เจอก็ตามว่า
ฉันสู้เพื่ออะไร  เพื่อสิ่งใด  แต่ว่าไม่ว่าจะอะไรก็ตามในเมื่อมันยังไม่เจอ
ทางเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด  ใช้ชีวิตในแบบที่เราคิดว่ามันไม่ได้งี่เง่า


ฉันพยายามมาตลอดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองแต่กลับล้มเหลวทุกครั้ง
เพราะคำว่าเดี๋ยวเพราะคำว่าไม่เป็นไรจนสุดท้ายความตั้งใจก็หมดไป
จริงแล้วฉํนมักจะคิด  คิด คิด คิดว่าเราทำแบบนั้นดีนะ ทำแบบนี้ก็ดี
เอาแต่คิดไม่ได้ลองลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเลยสักครั้ง  ขาดความตั้งใจ
ฉันเอาแต่คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้แต่ก็ยังคงไม่ลงมือทำ

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เพื่อต้องการจะบอกตัวเองในตอนนี้
ตอนที่งี่เง่าแบบนี้ว่า  เลิกคิดว่าจะเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้
เลิกหาข้ออ้างที่จะไม่ทำ เลิกกับคำว่าเดี๋ยว กับคำว่าไม่เป็นไร
เลิกคิดแล้วลงมือปฏิบัติ ลงมือทำ

หากเราพัฒนาตนเองให้ดีแล้ว ให้อยู่ในศีลธรรม แล้ว เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ตัวเราสมควร

ฉันถูกแม่เมินจะพูดยังไงดีล่ะทำให้แม่อารมณ์เสียซะแล้วสิเรา
ช่วงเช้ากำลังดูเชื่อมโยงกสพท.part 3 แม่ถามเป็นไงมั้ง
เราตอบไปว่า ก็ดีแต่เหมือนจะฝนผิดข้อ 555+
จากนั้นแม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวปีหน้ามาสอบใหม่
เลือกแพทย์ธรรมศาสตร์อันดับ 1 เลยคราวนี้
แม่หนูไม่อยากสอบแล้ว นั้นคือคำพูดที่เราคิดตั้งนานกว่าจะพูดออกไป
แม่ถาม ทำไม?  หนูขี้เกียจสอบแล้วแม่ เหนื่อย
แค่นี้หรอขี้เกียจไปสอบ โอ๊ยลูกเอ๊ยเหมือนพระเอกตกม้าตายตอนจบ
ไอ้ตอนสอบไม่เท่าไรหรอกแม่แต่ตอนเตรียมตัวสอบนี่สิ มันเหนื่อย
แล้วแม่ก็พูดอะไรอีกไม่รู้จำไม่ได้ เราถามไปว่าแม่หมายความว่าเรียนไปแล้ว 1 ปีแล้วมาสอบใหม่หรอ ถ้าได้ขึ้นมาล่ะ?
ก็เรียนไง แค่แม่พูดคำนี้ฉันเลยตัดสินใจพูดในสิ่งที่อาจจะทำให้เป็นลูกอกตัญญูก็เป็นได้ หนูไม่อยากเรียนแพทย์
บทสนธนาของเราจบลงที่ว่า  งั้นก็ไม่ต้องสอบแล้ว
มันเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ว่าวันนี้แม่แทบจะไม่พูดกับฉันเลย
แต่ฉันจำได้ดีว่าแม่เคยถามครั้งนึงเหมือนกันว่า
ทำไมไม่อ่านหนังสือไม่อยากเรียนแพทย์กับเค้าบ้างหรอ
ฉํนตอบเหมือนเดิมก็คือ ไม่ แล้วแม่ก็จะเงียบไปทุกครั้ง
ฉันรูว่าแม่หวังกับฉันแล้วแม่ก็ผิดหวัง แต่ว่า
ฉันแค่อยากจะกำหนดชีวิตของฉันเองเท่านั้น
เหตุผลที่ฉํนไม่อยากเรียนแพทย์  เพราะฉันรูตัวดีว่าตัวเองอยู่ตรงไหนไปได้แค่ไหน  อีกอย่างฉันกลัวที่จะต้องไปรับผิดชอบชีวิตคนมันเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่มากๆฉันรับมันไม่ไหว
ฉันเป็นคนที่เรียนชีวะได้ห่วยมากฉันไม่ชอบวิชาท่อง
ฉันชอบคณิตศาสตร์
ฉันเคยพูดกับแม่ว่าอยากเรียนครูเอกคณิตศาสตร์แต่ว่าแม่ก็ไม่ยอมมบอกว่าเรียนพยาบาลดีกว่าฉันเชื่อแม่ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่อย่างเดียวที่ทำให้ฉันมุ่งมั่นตั้งใจ  ฉันรู้สึกว่าฉันอาจจะทำได้ ก็ลองดู
แต่แพทย์มันไม่ใช่ แม่มักจะพูดเสมอว่าเพราะเหตุนั้นเพราะเหตุนี้ก็เลยอยากให้เรียนแพทย์ตอนนี้ฉํนอาจจะบ้าไปเองก็ได้แต่นั้นมันเป็นความรู้สึกของฉันแล้วอีกอย่าง.........
ฉันอาจจะแค่ไม่ต้องการไปเริ่มต้นใหม่ในปีหน้า
ในเมื่อเรื่องมันควรจะจบปีนี้ก็ควรจะพอ--