มันมากกว่าเอนไม่ติด

posted on 14 Nov 2009 18:22 by zero-be

ความผิดหวังครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้  ความเจ็บปวดครั้งแรก
หลังจากประกาศผลสอบมศว.ออกก็เหี่ยวไปสอบพยาบาล มหิดล
นั่งทำข้อสอบไปก็พร่ำเพ้อไป ฉันทำผิดอะไรทำไมฉันถึงเอนไม่ติดในใจมันมีคำถามมากมาย ฉันโง่หรอ  ฉันเลือกคณะสูงไปหรอ
ทำไมเพื่อนติดแต่ฉันไม่ติด แล้วฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี
ความเศร้าและคำถามต่างๆมันปรดังเต็มหัวไปหมดตอนทำข้อสอบ
มาถึงตรงนี้ก็ยังไม่เลิกหวังพยายามจะเข้าไปดูปลสอบด้วยตาของตัวเอง ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ผ่านคนอื่นสิ่งที่ผิดที่นึกได้ในตอนนี้ก็คือเราทำข้อสอบ ไปสอบ อยากติด แต่ไม่ได้เผื่อใจไว้รับความผิดหวังที่ว่าถ้ามันไม่ติดล่ะ  เราคิดเอาไว้เยอะมากมายในหัว
บางที่ก็สมน้ำหน้าตัวเอง  ช่วยไม่ได้ขี้เกียจเอง  ถึงเพื่อนคนที่สอบติดเค้าจะเกรดน้อยกว่าเราแต่ว่าเค้าคงจะขยันกว่าเรามาก  จำไว้ว่าอย่าขี้เกียจอีก  เก็บความรู้สึกเอาไว้ให้ดีว่า  การต้องมานั่งเสียใจที่หลังกับการขี้เกียจอ่านหนังสือแล้วเอนไม่ติดเนี่ยมันเป็นยังไง
จดจำมันไว้ให้ดี

แม้จะรู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป  ควรจะเก็บไว้เป็นบทเรียนไม่สิ้นหวัง
เก็บไว้เป็นบทเรียนแล้วพัฒนาตนเองให้ดี
ถึงแม้จะรู้ดียังไงว่าควรจะทำอย่างไรแต่พอมันมาถึงจริงๆกลับทำใจให้เข้มแข็งแล้วก็ข้ามผ่านปัญหาแบบนั้นไปไม่ได้
จะให้ใจเข้มแข็งน่ะตอนนี้คงทำไม่ได้หรอก
จะให้ก้าวเดินต่อไปมองปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา  ตอนนี้มันคงทำไม่ได้หรอก
อย่าโทษตัวเอง  ยังหยุดคิดไม่ได้เลยว่าเราอาจจะอ่านหนังสือแบบไม่ได้ผล  ประมาณว่าอ่านผิดวิธีแบบว่าอ่านยังไงก็ทำไม่ได้
เพราะอ่านยังไงก็จำมิได้  อยากจะถามเหมือนกันว่าอ่านยังไงให้จำได้

แม้จะรู้ดีว่าเอนไม่ติดไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตแต่ว่าการเอนติดเป็นจุดเริ่มต้นที่หวังไว้ในอนาคตที่สดใสแต่ว่าดันมาพังซะเนี่ยสิ

สิ่งที่ตอนนี้รับรู้คือไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกในชีวิต
มันจะต้องไม่มีหนที่ 2 อีกแล้ว

เลิกงี่เง่า

posted on 05 Nov 2009 21:59 by zero-be

วันนี้มาถึงแล้วล่ะ  คนเราน่ะเร่งเวลาเร่งวันเร่งขึ้นไม่ได้หรอก
ฉันน่ะขี้เกียจมาก็ 5 วันเต็มเลยทีเดียวทั้งๆที่รู้ว่าเดี๋ยววันที่ 14 พ.ย.ต้องสอบนะ
แต่ก็ยังคงงี่เง่าอยู่นั้นแหละ ฉันมักจะพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองนะ
เพื่ออนาคตของตัวเองเพื่อสิ่งนั้นเพื่อสิ่งนี้แต่ว่ามันก็ยังไม่ใช่
เพราะแรงน่ะมันมักจะมาแค่แว๊บเดียวเหมือนกับว่ามันยังไม่ใช่เราไม่ได้ทำเพื่อสิ่งนี้
แต่พอสุดท้ายแล้วในตอนนี้ถึงแม้ว่าจะยังคงหาไม่เจอก็ตามว่า
ฉันสู้เพื่ออะไร  เพื่อสิ่งใด  แต่ว่าไม่ว่าจะอะไรก็ตามในเมื่อมันยังไม่เจอ
ทางเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด  ใช้ชีวิตในแบบที่เราคิดว่ามันไม่ได้งี่เง่า


ฉันพยายามมาตลอดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองแต่กลับล้มเหลวทุกครั้ง
เพราะคำว่าเดี๋ยวเพราะคำว่าไม่เป็นไรจนสุดท้ายความตั้งใจก็หมดไป
จริงแล้วฉํนมักจะคิด  คิด คิด คิดว่าเราทำแบบนั้นดีนะ ทำแบบนี้ก็ดี
เอาแต่คิดไม่ได้ลองลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเลยสักครั้ง  ขาดความตั้งใจ
ฉันเอาแต่คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้แต่ก็ยังคงไม่ลงมือทำ

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เพื่อต้องการจะบอกตัวเองในตอนนี้
ตอนที่งี่เง่าแบบนี้ว่า  เลิกคิดว่าจะเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้
เลิกหาข้ออ้างที่จะไม่ทำ เลิกกับคำว่าเดี๋ยว กับคำว่าไม่เป็นไร
เลิกคิดแล้วลงมือปฏิบัติ ลงมือทำ

หากเราพัฒนาตนเองให้ดีแล้ว ให้อยู่ในศีลธรรม แล้ว เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ตัวเราสมควร