ฉันก็แค่รู้สึกว่าสิ่งที่พูดน่ะมันอาจจะถูกก็ได้
อย่าแข่งกับคนอื่นแต่จงแข่งกับตัวเอง
การที่เรามองคนอื่นเป็นเหมือนเป้าหมายเป็นฐานของเรา
มันอาจจะทำให้เราก้าวไปสู่ประตูของความสำเร็จ
ดังหวังได้  แต่ว่าแล้วจิตใจล่ะ
จิตใจมันเป็นแบบไหนกันนะ
การที่เราคิดแต่จะข้ามฐานจะเหยียบฐานแล้วก้าวไปให้ได้น่ะ
จิตใจคงจะเต็มไปด้วยความอึดอัดและกดดันแน่ๆ
มันดีแล้วจริงๆใช่ไหมที่จิตใจของเราตกต่ำแบบนั้น
ลองมองมาที่ตัวเองไม่ดีกว่าหรอแข่งกับตัวเราเอง
สู้กับตัวเราเองไม่ต้องอึกอัด กดดันกับมาตราฐานของคนอื่น
มองมาที่ตัวเราแล้วบอกกับตัวเองว่าเราต้องเป็นคนใหม่
ไม่ใช่ "จะ"แต่เป็น "ต้อง" ต่างหากล่ะ

เคบไหม
...เวลาเรามองย้อนกลับไปคิดว่าตัวเองควรทำแบบนี้
ควรทำอย่างนี้น่าจะดีกว่านี้ มันมักจะเป็นแบบนี้ตลอด
แต่ว่า...เราไม่สามารถหยุดสิ่งที่ทำไว้กลางคันได้
ตอนนี้ฉันทำอะไรอยู่ ? ฉันควรทำอย่างไรในตอนนี้?
ในที่สุดเราก็ทำได้เพียงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราเท่านั้น
แต่การทำเช่นนั้นเธอจะได้เห็นแสงสว่างที่อยู่ปลายอุโมงค์
เพราะฉะนั้นจงเชื่อในสิ่งที่ทำ...

อะไรหลายๆอย่างน่ะมันทำให้ฉันคิดว่าชีวิตมีเรื่องราวอีกยาวไกล
ที่เราต้องเผชิญถึงแม้ปัญหาตอนนี้คือเรื่องเรียน
แต่ว่า...การเรียนไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
มันอาจจะเป็นวิกฤตช่วงหนึ่งของชีวิต
แต่ว่าเราต้องผ่านมันไปให้ได้ 
ด้วยตัวเราที่เปลี่นแปลงไปจากเดิม

สิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนี้คือการอ่านหนังสือ
ถึงจะกังวลเรื่องเวลา เรื่องข้อสอบ บลาๆๆ+++
แต่ว่าสิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้คืออ่านหนังสือ
แค่อย่างเดียวเท่านั้น...

....ฉันต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่....

จขบ.---ขอถามค่ะเวลาหมดไฟหมดแรงจะลุกไปไหนคุณจทำยังไงให้ตัวเองกลับมามีพลังอีกครั้ง

จขบ2.---อืม ไม่รู้สิ คงจะเติมกำลังใจล่ะมั้ง

จขบ.--- แล้วจะเติมอย่างไรล่ะค่ะ

เคยมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นไหม  ฉันน่ะประจำเลยแล้วก็พยายามหาทางแก้ปัญหานี้อยู่ค่ะ

ว่าด้วยการเติมกำลังใจ เอาล่ะมารู้วิธีว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไป(ที่ฉันใช้)

1.ดูซี่รี่ย์ญี่ปุ่น

เน้นว่าญี่ปุ่น ไม่ใช่อะไรนะคะแต่ว่าหนังญี่ปุ่นมักจะแฝงแง่คิดดีๆในการใช้ชีวิตไว้หลายอย่างค่ะ

ตอนนี้ฉันอาจจะคลั่งญี่ปุ่นไปแล้วก็ได้แต่ว่าของเค้าดีจริงๆนะตัวเอง ฉันดูไม่ยังไม่ถึง 5 เรื่องก็แบบว่าชอบแล้วสิ

เรื่องแรกที่ดูก็คือ Mei - chan คนรับใช้ของเมจัง 

 

ก็ตอนแรกก็คิดว่าคงจะเป็นแบบซีรีย์เกาหลีประมาณว่ารักกัน

แต่ว่าเรื่องความรักก็เป็นเมนหลักของเรื่องนี้จริงๆแต่ว่ามันก็มีเรื่องของแง่คิดในการใช้ชีวิตแฝงมาด้วยเช่นกัน

ตอนที่ฉันดูเรื่องน้ฉันก็ติดเอามากๆเลยค่า แต่พอตอนหลังดูจบได้แง่คิดหลายอย่าง   ยกตัวอย่างเช่น

คนเราน่ะควรจะรู้ก่อนว่าอะไรคือสิ่งสำคัญของตัวเอง หรือคนสำคัญของตัวเอง จากนั้นก็ปณิธานว่าเราจะต้องทำอย่างไรถึงจะสำเร็จได้  อย่างในเรื่องก็จะยกตัวเองว่า แม่คือคนสำคัญของพ่อ ดังนั้นพ่อจึงปณิธานว่าจะต้องออกจากระกูลฮงโงะให้ได้  ลูกก็เหมือนกันหาให้เจอว่าอะไรคือสิ่งสำคัญของลูก

ความจริงก็มีอีกหลายอย่างที่ดูไปก็ฉุกคิดไป  แบบว่าโอ้ได้แง่คิดมีแรงฮึดเลยล่ะค่ะ

อีกเรื่องที่ดูก็คือ atashinchi no danshi แต่เราชอบเรียกว่าหนังมากิ 555+ แบบว่าชอบนางเอก

เรื่องนี้ก็ได้แง่คิดหลายอย่างเหมือนกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวแล้วจำได้แม่นมากเลยก็คือ

แค่ก้าวออกมาจากจุดเดิม โลกก็เปลี่ยนแปลงแล้ว  

ถ้าเราเชื่อว่าเราเก่งเราก็จะเก่งไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้มีความมั่นใจในตัวเองแล้วก็เชื่อว่าเราทำได้ แล้วเราก็จะทำได้

ส่วนตอนนี้ก็กำลังดูเรื่อง Voice ก็ดูไป 1 ตอนก็อืมสนุกดีแต่ออกแนวน่าเบื่อแล้วเรื่องก็ค่อนข้างเข้มข้นเลยทีเดียวเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มคนที่คอยรับฟังเสียงอันแผ่วเบาของคนที่ตายไปแล้วดไปก็โอ้วการแพทย์ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยชีวิตคนที่ใกล้ตายเท่านั้น มันเป็นมุมมองของความคิดที่ต่างออกไป

อยากให้มองหาหามาดูกันเพราะซีรี่ย์ญี่ปุ่นให้อะไรมากกว่าซี่รี่ย์

2.มองหาไอดอล

ลองถามตัวเองดูว่าคุฯต้องการจะทำอะไรต้องการเป็นแบบไหน แล้วก็ลองมาหาต้นแบบของคุณปฏิญาณกับตัวเองว่าคุณต้องเป็นแบบนี้ต้องทำแบบนี้ให่ได้เอาล่ะอย่ามั่วรีรออยู่นะรีบหาเถอะไม่ว่าใครก็ได้ทั้งนั้นแหละ

ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนหรือนางเอกในละครล้วนแล้วแต่เป็นไอดอลได้ทั้งนั้น เลือกมาสักคนเถอค่ะไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรจงจำไว้ว่าเหตุจะเป็นอะไรก็ได้แต่สุดท้ายคุณก็ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

3.ฟังเพลง

แนะนำว่าเพลงที่ฟังควรจะมีความหมายที่ดีแล้วก็สอนให้เราฮึดแล้วก็ลุกขึ้นสู้กับปัญหาแต่ไม่ว่าอะไรแต่ว่า     เพลงไทยน่ะหายากค่ะขอก็แนะนำอีกเช่นเคยว่าเพลงญี่ปุ่นสิฟังไปแล้วก็อ่านคำแปลไปแบบว่ามันจะสร้างแรงฮึดมหาศาลได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะนะ ไม่ว่าจะเป็นเพลงการ์ตูน เพลงซีรี่ย์หรืออะไรก็ตามลองหามาฟังมาอ่านดูสิค่ะ

4 อ่านหนังสือ

หนังสือก็ควรจะมีเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจนะค่ะที่ดิฉันเคยอ่านก็ของ คนที่นามสกุล เลี่ยววาริน เอ๋ หรือเลี่ยวพานิช นี่แหละค่ะจำไม่ได้แล้วแต่ว่าคนเขียนตายไปนานแล้วตอนนี้ หนังสือของเค้าเขียนได้ดีมากๆแต่ละบทไม่ยามและยืดเยื้อจนน่าเบื่อแล้วกระทัดรัดได้ใจความดีอ่านแล้วแบบว่า สู้ตาย เย้ๆ

5.ถ้าหากว่ายังไม่ได้ผลทั้งหมดแนะนำให้ไปฝึกทำสมาธิแล้วก็ลองออกไปเที่ยวดูค่ะ

เปิดสมอง  เปิดตา ให้กว้างมองเห็นทุกอย่างในมุมที่ต่างออกไปดูบ้างจิตใจจะได้แจ่มใสไม่ห่อเหี่ยวค่ะ

เอาละนึกออกแค่นี้จริงๆไม่รู้ว่าจะได้ผลไหมสำหรับคนอื่นๆแต่ว่าลองดูนะ  ไม่ลองไม่รู้